ทำไมต้องทำสินค้าให้ต่าง?

5 เช็ค list ก่อนคิดจะพัฒนาสินค้า ทำแบรนด์ตนเอง เมื่อไรจะอนุมัติสูตรสินค้ากับทางโรงงาน ถึงแม้นกยูงมีสูตร Price list ที่แพทย์ผิวหนังเลือกใช้กว่า 500 สูตรให้ลูกค้า oem เลือก แต่ก็ยังยืนยันคนทำแบรนด์ ให้กลับไปทำการบ้านหาตลาดกลุ่มเฉพาะของตนเอง จะเป็นช่วงนาทีสำคัญก่อน จะคิดสูตร และสรุปสูตร

คิดสูตรอะไรดี ลูกค้าเราคือใคร มาดู 5 ข้อนี้กัน

1. เราต้องเข้าใจลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

ว่าที่ลูกค้ามีปัญหาอะไร ที่เราจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา นั่งในใจลูกค้าได้ไหม ตอบตนเองให้ชัด แนะนำหาตลาดเฉพาะของตนเอง

2. ศึกษาทางออกของการแก้ปัญหา +ช่องว่างทางการตลาด

เช่น ปัญหาของ ผู้หญิงที่ไม่มีเวลาแต่ต้องการบำรุงผม สระผมมีเวลาแค่ 5 นาที ไม่มีเวลาหมักผมเลย ทางแก้ มีเซรั่มที่ใช้หลังสระผมที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกับการหมักผม 30 นาทีไหม

คุณเห็นช่องว่างของตลาด และ การแก้ปัญหากลุ่มเป้าหมายไหม?

3. เมื่อได้โจทย์แล้ว สำรวจมูลค่าตลาด มูลค่ายอดขายทรีทเม้นผม

ดูงบการเงิน DBD Warehouse ของกรม DBD ดูมูลค่าตลาดจากงานวิจัย ที่เชื่อถือได้ของสถาบันการเงิน และมูลค่าตลาดต่างๆที่ได้รับความน่าเชื่อถือ

เมื่อได้ตัวเลขมาแล้วลองคำนวณดูว่าเราเหมาะที่จะไปลุยตลาดทรีทเม้นไหม? นวัตกรรมที่แตกต่างต่างอย่างไร แต่ต้องเข้าใจได้ง่ายด้วยนะ ในการช่วยเหลือผู้คนให้มีเวลามากขึ้น และช่วยแก้ปัญหาผมแห้งเสีย

เมื่อวิเคราะห์ตลาดแล้ว มาถึงขั้นตอน R&D ซึ่งสำคัญที่สุด

4. ให้โจทย์ทีมพัฒนาสินค้าR&D เพื่อให้ทีมวิจัยเสนอสารสกัด

ถึงจุดนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ สามารถนัดให้ทีมนักวิจัยของโรงงานเสนอสารสกัดและการทำงานของสารสกัดต่างๆ รวมทั้งแนะนำสารสกัดที่ได้รางวัลหรืองานวิจัยยืนยันผลลัพธ์ (ทีม Cosmaprof ถึงได้มีทีม R&D กว่า 30 ท่าน ดูแลซึ่งสำคัญมากในขั้นตอนนี้) สามารถปรึกษาและเข้าใจการทำงานของสินค้าร่วมกับงานวิจัยยืนยันเปรียบเทียบประสิทธิภาพ

จุดนี้ถ้าทีมพัฒนาสินค้าเก่งจะสามารถเสนอสารสกัดที่สร้างความต่างให้สินค้าและผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย

จุดนี้คิดให้เยอะค่ะ ถามให้เยอะ จขบ. ต้องมองในมุมการสื่อสารการตลาดว่าผู้บริโภคจะเข้าใจไหม

ให้ทีมวิจัยแปลภาษาวิทยาศาสตร์เป็นภาษาเข้าใจง่าย ลูกค้าเราจะเข้าใจไหมถกประเด็นกับทีมวิจัยได้เลยค่ะส่วนนี้

เมื่อสรุปสูตรได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนขึ้นตัวอย่าง ทางโรงงานจะขึ้นตัวอย่างเนื้อที่สรุปและสารสกัดที่สรุปให้จขบ.ไปทดลองใช้

ในส่วนต่อไปก็เป็นส่วนที่สำคัญมาก

5. การทดสอบ ประสิทธิภาพสินค้าในช่วง R&D

และลองทดลองผลลัพธ์ เปรียบเทียบประสิทธิภาพเทียบกับการหมักผม ถ้าลองใช้เซรั่มแล้วผมนิ่มแทบไม่ต่างกับการหมักผมคุณก็ไม่ต้องเสียเวลา 30 นาทีสระผมแล้วใช่ไหม?

แค่เท บีบใช้หลังสระก็จากบ้านได้เลย ใน 1 นาที ลูกค้าผมสวย มีเวลาชีวิตขึ้น 29 นาที

#สิ่งสำคัญของข้อนี้คือ

ต้องแก้ปัญหาได้จริง ตรงนี้ย้อนกลับไปข้อด้านบน ห้ามมีความรู้สึกเข้าข้างตนเอง ช่วงการพัฒนาสินค้าและทดสอบ จขบ. ต้องเตรียมหาอาสาสมัคร และ KOL ที่คาดว่าจะเป็นPartnerร่วมงานด้วยได้ทดสอบประสิทธิภาพไปด้วยกัน

ทดสอบ ทดลอง ปรับ แก้ไข หลายๆ ครั้งจนมั่นใจ เก็บผลการทดลองใช้ทุกครั้ง สูตรแก้ไขครั้งที 1 2 3 จนมาถึงขั้นตอนการสรุปสูตร

ในส่วนการตลาด สามารถเริ่มได้ตั้งแต่พัฒนาสินค้า นกยูงจะมีคำแนะนำให้เจ้าของแบรนด์ เก็บทุกรายละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยค่ะ

โดยจะ Cosmaprof นกยูงให้ย้ำให้จขบ.ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเป็นหลัก เพื่อให้สินค้าดีมีคุณภาพแก้ไขปัญหาเฉพาะกลุ่มในราคาที่เข้าถึง สู้รายใหญ่ได้

อันนี้แค่สรุปเรื่องพัฒนาสินค้านะคะยังไม่รวมการออกแบบการวางแบนด์ดิ้ง รวมถึงการทำการตลาด เป็นจขบ.ที่ดี เป็นไม่ง่าย ต้องใช้ความใส่ใจ ตั้งใจ แต่ถ้าทำสินค้าดี การตลาดนั่งใจ ลูกค้า สินค้ามีการซื้อซ้ำสูง

ปลายทางของเจ้าของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จแล้วก็มีให้เห็นหลายแบรนด์ใช่ไหมคะ?

มันคือความภาคภูมิใจจากความตั้งใจในทุกสิ่ง เริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่คิดจะพัฒนาสินค้าที่ดีค่ะ

ดร.นกยูง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *