นี่คือเหตุผลที่นักธุรกิจใหญ่ในธุรกิจอื่น อยากมาลงทุน ในธุรกิจสกินแคร์และอาหารเสริม

นี่คือเหตุผลที่นักธุรกิจใหญ่ในธุรกิจอื่น

อยากมาลงทุน ในธุรกิจสกินแคร์และอาหารเสริม

ช่วงนี้คงเห็นเจ้าใหญ่ ทำธุรกิจใหม่ไร้กรอบ (Beyond the Limit) นักธุรกิจสายกีฬาและสุขภาพที่นกยูงดูแลอยู่ แตกไลน์ธุรกิจมาสายสกินแคร์ แบบโนวแคร์ยึดติดกรอบรูปแบบเดิม ๆ

เหตุผลชัดมาก

ขออนุญาตท่านเพื่อมาแชร์ แบ่งปัน Mind setการทำธุรกิจค่ะ ดีมาก ๆ

นักธุรกิจมือฉมังมักไม่เคยสร้างกรอบให้ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ การมีกรอบเหมือนเป็นการขังตัวเองไว้ในทิศทาง ๆ เดียว

การยึดติดรูปแบบเดิม ๆ ก็เหมือน ระเบิดเวลาทางธุรกิจ นักธุรกิจที่เก่งมักขุดบ่อ ไว้แต่เนือง ๆ ไม่หวังน้ำจากบ่อเดียว บ่อเดิม แต่การจะขยายไลน์ธุรกิจต้องประมาณจากอะไรบ้าง ถึงจะรู้ว่า ได้เวลาแตกไลน์แล้ว

1. ประเมินจากทรัพยกรที่มีอยู่ และเค้กก้อนนี้ใหญ่พอที่จะเล่นไหม?

มีจุดแข็งที่นักธุรกิจท่านนี้เป็นเจ้าของทีมฟุตบอล และสนามกีฬาขนาดใหญ่

เป็นโจทย์ที่นกยูงต้องคุยกันว่าทรัพยากรมีอะไรบ้างจะได้พัฒนาสินค้าได้ถูกต้องแม่นยำ

✅super fan ของธุรกิจใช้จ่ายอะไรในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลแน่น

✅รู้จักลูกค้าดี ว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร และรู้ว่าจะช่วยแก้ปัญหาลูกค้าได้อย่างไร

✅เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ ในระดับหนึ่ง

✅เป็นผู้ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

✅มีทีมที่มี mind set พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

✅มองหาสินค้าที่มีการซื้อซ้ำ อุปโภค และบริโภคเข้าพอร์ทธุรกิจ แตกไลน์เพิ่ม

บวกกับ มูลค่าธุรกิจความงามนับแสนล้านบาทต่อปี และตัวเลขโตขึ้นทุกปีแม้สถานการณ์นี้ก็ตาม ท่านทำการบ้านมาดีไม่ได้ใช้อารมณ์ในการทำธุรกิจแต่อย่างใด

2. ใช้ประโยชน์จากข้อมูล

นำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค จากฐานแฟนฟุตบอลที่แน่น

มีข้อได้เปรียบด้าน Big Data จากฐานลูกค้า Super Fan ที่มีอยู่ ทำให้รู้ว่าลูกค้าคือใครพฤติกรรมการซื้อเป็นอย่างไร

สามารถนำเสนอสินค้า-บริการได้ตรงความต้องการของลูกค้า ยิ่งถ้าลูกค้าซื้อสินค้าของเรา และเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และแบรนด์

เมื่อเราแนะนำสินค้าใหม่ ก็มีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้าจากเรา เป็นการตรอกย้ำแบรนด์ที่ชัดมากยิ่งขึ้น นำ awareness ของทีมฟุตบอลมาใช้ เนื่องจากมีกลุ่มแฟนที่เป็นผู้หญิง และเราพอมี data ของกลุ่มนี้

แถม awareness ที่ออกจากทีมก็น่าจะมีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย

3. หาเวลาเอาตัวเองออกมาจากลูปธุรกิจเดิม

ข้อนี้สำคัญ‼️

ถ้านิ่งแล้ว เพื่อหาไอเดียธุรกิจใหม่ ไม่ชิวกับยอดขายเดิม นักธุรกิจทุกคนทำสิ่งนี้

สร้างระบบขึ้นมาทำงานแทนตัวเอง แล้วเอาเวลาที่มีไปหาความรู้ใหม่ ๆ มาเป็นคลังสมอง เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ มาสร้างสรรค์พัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าและเติบโต

เพราะทุกคนรู้ว่าทุกธุรกิจมีรอบของมัน

4. เมื่อตลาดเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายย่อมเปลี่ยน

เช่น จากเดิม เน้นเลือกซื้อสินค้าตามฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ความต้องการอาจเปลี่ยนไปเลือกสินค้าที่มอบคุณค่าเชิงอารมณ์ (Emotional Benefits)

ไม่ว่าจะเป็นการใช้สินค้าแล้วรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ใช้แล้วรู้สึกมั่นใจ ใช้แล้วรู้สึก Sport ดังนั้น แบรนด์อาจต้องพิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ควรปรับเปลี่ยนหรือไม่ เช่น จากเดิมแบรนด์อาจเน้นเจาะตลาด mass เป็นหลัก

แต่หากต้องการให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอีกในอนาคต อาจต้องพิจารณากลุ่มลูกค้าเป้าหมายอื่น ๆ ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เช่น หันไปเจาะตลาด Premium เพิ่ม เพื่อขยายฐานลูกค้าเข้าไปในกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงที่ทรัพยากรที่มีในมือสามารถทำได้ทันที

5. แต่เหนือสิ่งอื่นใด สินค้าต้องดีเท่านั้น

อันนี้นกยูงเข้ามาช่วยเองเลย เลยต้องมั่นใจว่าดีแน่กับตลาดที่ผู้บริหารมองอยู่

สินค้าต้องต่าง มีช่องว่างทางการตลาดมากมายที่ทำให้แบรนด์มีโอกาสเติบโต R&D คือขั้นตอนที่สำคัญมาก

มุ่งเน้นคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพมาผลิตสินค้า ขณะเดียวกันควบคุมการผลิตสินค้าทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานระดับสากล รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำและทดสอบสินค้าจริงก่อนจำหน่าย

สรุป

ผู้บริหารแบบเรา ๆ กินความท้าทายเป็นอาหาร

การเริ่มสิ่งใหม่แบบมีกลยุทธ์ กลับเป็นเรื่องท้าทายที่ช่วยกระตุ้นพลังในตัวเราให้ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา

ใครกินความท้าทายเป็นอาหารในรูปแบบไหนบ้างคะ?

ทำงานกับคนมืออาชีพ ต้องมืออาชีพยิ่งกว่า นกยูงเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

ดร.นกยูง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *