มีตัวแทนด้วยเข้า Modern Trade ด้วย บริหารกิจการอย่างไร ?

มีตัวแทนด้วยเข้า Modern Trade ด้วย บริหารกิจการอย่างไร ?

เจ้าของแบรนด์หลายคนสงสัย??

คุณเคยเห็นเจ้าใหญ่ปิดกั้นช่องทางจำหน่ายตัวเองไหม ลองไปดูในตลาดหุ้น ๆ ทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ว่าจะเป็นทีเคเอ็น คาราบาว ล้วนแล้วแต่มีดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดด้วย

จริงอยู่เจ้าของแบรนด์หลายคนมักเริ่มต้นด้วยการเป็นเจ้าของแบรนด์ความงามระบบตัวแทนเมื่อแบรนด์ดังถึงขีดสุดในตลาดออนไลน์ แทบทุกแบรนด์ต้องมีการปรับแผนกลยุทธ์ ขยายไปตลาดออฟไลน์

ปัญหามักเกิดเรื่องของความรู้สึก ตัวแทนจำหน่ายมักไม่โอเคกับเจ้าของแบรนด์ถ้าเกิดสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรดด้วยและมีตัวแทนด้วย

ปัญหามักมาจากเจ้าของแบรนด์ไม่กล้าตัดสินใจที่จะเลือกเส้นทางในการปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตหลายแบรนด์มักใช้ระบบตัวแทนออนไลน์อย่างเดียวต่อไปเพื่อรักษาฐานแฟนหรือดีลเลอร์เอาไว้ ไม่ให้เลิกขาย เจ้าของแบรนด์หลายคนเป็นใช่ไหมคะ?

การบริหารการจัดจำหน่ายแบรนด์ ระบบตัวแทนมานานและจะปรับเข้าโมเดิร์นเทรดด้วยสามารถทำได้ถ้าเตรียมการ 4 Step นี้

และวางระบบไว้ตั้งแต่แรกรองรับการเติบโตในอนาคต มิหนำซ้ำการเข้าโมเดิร์นเทรดกลับ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายขายดีขึ้นด้วยแบบระยะยาว ‼️

บทความนี้จะเป็นลักษณะของ การวางแผนเผื่อโตในระยะยาว ติดกระดุมเม็ดแรกตั้งแต่การตั้งราคาการวางโครงสร้างเพื่อที่ว่าในอนาคตจะสามารถเติบโตในตลาดออฟไลน์หรือ Modern Trade ได้

STEP 1

โรงงาน R&D คู่บุญ

วางแผนตั้งแต่การหาโรงงานคู่บุญที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสินค้า นวัตกรรมใหม่และ Story telling ที่ทำให้มาร์คอัพราคา เพื่อให้ได้โครงสร้างราคาต้นทุนกับราคาขายสามารถบวกได้มากกว่า 400 เปอร์เซ็นต์

ขยายความเรื่องR&D อ่านต่อบทความนี้ค่ะ

https://bit.ly/2Z4riOn

“เพราะคุณภาพที่ดีจะทำให้ธุรกิจเราเติบโตไปแบบยั่งยืนต่อเนื่อง แต่ถ้าคุณภาพไม่ดีมันจะบ่นปี้ไปทั้งกระดาน”

STEP 2

การตั้งราคา สำหรับโมเดลนี้

คำถามทำไมต้องบวกตั้ง 400 เปอร์เซ็นต์? กำไรเกินควรไปไหม? มีคำถามแน่นอน ขออธิบายเพิ่ม

EX

ต้นทุนออกจากโรงงานรวมแพคเกจ 100 บาทลูกค้าต้องสามารถขายได้ในราคา 590 ส่งฟรี

และราคาเดียวกันกับการเข้า Modern Trade 590 บาท และควรส่งฟรีด้วยเพื่อตัวแทนที่ขายออนไลน์ ขายราคาเดียวกัน ลูกค้ารู้สึกเหมือนซื้อในห้าง บางคนชอบซื้อกับตัวแทนเพราะตัวแทนดูแลลูกค้าดี ราคาเดียวกันจะได้ไม่มีส่วนต่าง

ไม่ว่าจะเป็นระบบตัวแทนหรือการเข้า Modern Trade ต้องเผื่อเอาไว้ประมาณ 50% สำหรับค่า GP

ตัวอย่างข้างต้นราคาขาย 590 บาทเราต้องจ่ายโมเดิร์นเทรดครึ่งหนึ่ง

นั่นก็คือ 295 บาทเราจะเหลือ 295 บาทต้นทุนสินค้า 100 บาทที่เหลือ 195 บาทยังไม่หักต้นทุนการบริหารงานและการตลาดตรงคำว่าการตลาดนี่แหละที่เป็นต้นทุนมหาศาลที่คนทำแบรนด์ก็รู้กันดีอยู่ ตีแปลว่าค่าการตลาด100บาทต่อชิ้น และค่าบริหารงาน 50 บาท คุณจะเหลือ 45 บาทสำหรับกำไรซึ่งหน้างานจริงอาจจะไม่ถึง ‼️

คุณเห็นหรือยังทำไมถึงต้องวางแผนราคาแบบนี้ 😏

ในฐานะคนเบื้องหลังเห็นมาหลายแบรนด์ที่ไม่ได้วางแผนไว้แต่ต้นแล้วพออยากขยาย ไม่สามารถไปต่อในomni chanel หรือ Modern Trade + ออนไลน์ระบบตัวแทน พอนวัตกรรมสินค้าและโครงสร้างราคาไปต่อไม่ได้ติดกับดักตั้งแต่ข้อแรกเลยค่ะ

“ทำธุรกิจต้องมองในมิติ “ต้นทุน” ก่อนที่ที่จะมองหา “กำไร”

ข้อนี้สำคัญมากสำหรับโมเดลนี้ ขีดเส้นใต้ 2 ชั้นหนา ๆ

STEP 3

เครียร์ให้ชัดแต่แรก ทำแบรนด์

เจ้าของแบรนด์สามารถขายได้ทุกช่องทางในออนไลน์ และออฟไลน์

– Website –

– Youtube –

– Facebook Fanpage –

– Instagram –

– Facebook Group –

– Line OA –

– Tiktok –

– Twitter –

– Marketplace (Shopee / Lazada)

เมื่อแบรนด์ทำการตลาดในออนไลน์มายาวนาน และได้รับการติดต่อเข้า Modern Trade ขอยกตัวอย่าง EVEANDBOY

เจ้าของแบรนด์บางแบรนด์มักปฎิเสธโอกาสดีๆ และบางคน เลือกที่จะทำควบคู่ จะมีตัวแทนที่เข้าใจและพร้อมลุย เพราะแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นหากเข้า โมเดลเทรด ลูกค้าบางคนชอบซื้อกับตัวแทนมากกว่าเพราะตัวแทนมีการบริการหลังการขาย เหมือนที่ลูกค้าเปรียบกันบ่อย ๆ ว่า

“ซื้อกับใครก็ไม่เหมือนซื้อกับคนนี้”

ยังไงตัวแทนก็สำคัญเพราะเค้าคือผู้แนะนำ ตัวแทนที่เก่งๆลูกค้าติดหนึบ เป็นคนที่ขายดีตลอดไม่ว่าจะขายแบรนด์ไหน เพราะตัวแทนที่เก่งจะเป็นผู้แนะนำที่ดี

ข้อนี้

ไม่มีผิดไม่มีถูก ขึ้นอยู่กับเจ้าของแบรนด์ตัดสินใจ คิดให้รอบครอบ มีหลายส่วนประกอบการตัดสินใจ เช่นหลังบ้านคุณพร้อมไหมด้วยประกอบ

จุดนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนก็ว่าได้ว่าจะไปต่อขยายตลาดหรือไม่

แต่จากที่ดูแลเจ้าของแบรนด์ที่เข้าโมเดลเทรดด้วยและมีดีลเลอร์ และตัวแทนทั่วประเทศด้วย แบรนด์ที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายมากที่สุด มักดีกว่าเสมอ

เหมือนมีช่องทางในการซื้อมากมาย ไม่ลำบาก เข้าถึงง่าย หลายคนอาจจะไม่รู้

บางโพส แบรนด์โพสรับตัวแทนจำหน่าย โมเดลเทรดกดแชร์ช่วยโฆษณาให้แบรนด์ก็มี นกยูงเห็นบ่อย ๆ

บางโพสแบรนด์ลงในโซเชียลมีเดียของโมเดลเทรด ตัวแทนช่วยกดแชร์ก็เห็นบ่อย ๆ

อย่าลืมนะ EVEANDBOY ยังมีช่องทางสื่อสารทางตลาดที่ทรงพลัง

โดยมีผู้ติดตามบน Facebook Page มากกว่า 2 ล้านคน

และบน Instagram มากกว่า 1.2 ล้านคน

เข้า EVEANDBOY ได้ เป็นการการันตีคุณภาพของแบรนด์ ตัวแทนขายง่ายมากขึ้นไหมมุมนี้น่าคิด

STEP 4

สินค้าคุณทำ Step ราคาต้นทุน ได้ไหม?

ถ้าตัดสินใจเข้าโมเดิลเทรด และทำระบบตัวแทน

ตอนติดต่อโรงงาน นกยูงในมุมผู้ผลิต แนะนำว่าให้เจ้าของแบรนด์ คุย Step ราคาต้นทุนของสินค้าตัวนั้น ๆ เผื่อเข้าโมเดิลเทรด 30,000ชิ้นขึ้นไปได้เลย

ในวันที่คุยมียอดขายเติบโต ยิ่งแบรนด์มีโรงงานคู่บุญ ที่มี Economies of Scale มากเท่าไร ความได้เปรียบของแบรนด์ ที่จะทำให้ต้นทุนถูกลงมากเท่านั้น เมื่อต้นทุนถูกลงจะส่งผลให้ Margin กำไรต่อหน่วยเพิ่มขึ้น

แนะนำว่าคุย step ให้ชัด ก่อนเลือกโรงงาน เวลาโตจะได้มี Marginมากขึ้น จะได้มีแต้มต่อในการทำธุรกิจเหนือคู่แข่ง

ถ้า Step ราคาไปต่อได้ สบายใจด้วยเห็นปลายทางของแบรนด์ในอนาคต

ทั้ง 4 Step นี้ก็มาจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น ในมุมคนเบื้องหลัง

ก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับเจ้าของแบรนด์ หรือว่าที่เจ้าของแบรนด์นะคะ

ดร.นกยูง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *